ฟรี ร้านค้า ออนไลน์ 34.238.248.103 : 11-08-20 11:23:35   
หน้าแรก siam-shop.com ค้นหาร้านค้าสมาชิก
ชื่อสินค้า  
    หมวดสินค้าของเรา            
  
 
Notebook
กระเป๋า
กล้องถ่ายรูป
กวดวิชา ติวเตอร์ ฝึกอบรม
การเกษตร
การเงิน&บัญชี
ก่อสร้าง
ของที่ระลึกจากภาพยนตร์
ความงามและสุขภาพ
คอมพิวเตอร์
จตุคาม
จักรยาน&จักรยานยนต์
ตกแต่ง ซ่อมแซม
ตั๋ว&บัตร
ตุ๊กตา&ของเล่น
ที่ดิน
ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ท่องเที่ยว
ธนบัตร&เหรียญ ของสะสม
นวนิยาย
บริการถ่ายภาพ
บ้าน
ประกันภัย&ประกันชีวิต
พระ
รถ รถตู้ให้เช่า
รถยนต์ ประดับยนต์
ล้อแม็กรถยนต์
วัตถุมงคล
สัตว์เลี้ยง
สำนักงาน
สินค้า หรือ บริการทั่วไป
หนังสือ
หนังสือการ์ตูน
หนังสือคอมฯ
หนังสือออกใหม่
ห้องซ้อมดนตรี
ห้องพัก หอพัก
อาคารชุด
อาคารพานิชย์
อินเตอร์เนต
อุปกรณ์ เครื่องเขียน แบบเรียน
อุปกรณ์กีฬา
อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์และของใช้ในบ้าน
เกมส์
เครื่องดนตรี กีตาร์ กลอง
เครื่องดนตรี คีย์บอร์ด เปียนโน
เครื่องถ่ายเอกสาร
เครื่องประดับ
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
โชว์ การแสดง
โต๊ะ เก้าอี้
โทรศัพท์&อุปกรณ์เสริม
โทรสาร
โน๊ตเพลง

  สปอนเซอร์ของเรา
   
   
   

“ยามฯ” หวั่น ทรท.ปลุกม็อบนองเลือด  

 
“ยามฯ” หวั่น ทรท.ปลุกม็อบนองเลือด
 
ยามเฝ้าแผ่นดิน : “ยามฯ” หวั่น ทรท.ปลุกม็อบนองเลือด - ฉะผลงานรัฐฯ ช่องโหว่เพียบ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤษภาคม 2550 06:44 น.


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น




“ยามเฝ้าแผ่นดิน” หวั่น ทรท.ปลุกระดมม็อบต้านยุบพรรคก่อเหตุรุนแรง จนต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงฯ จวกลิ่วล้อ “แม้ว” ทำตัวยิ่งใหญ่ ขอใช้เวลาช่อง 11-อสมท แจงยุบพรรคให้ย้อนมองตัวเองสมัยนายเก่าเรืองอำนาจ ก่อนชำแหละผลงาน 6 เดือนรัฐบาลช่องโหว่เพียบ ไม่ตอบคำถาม 4 ข้อยึดอำนาจ พร้อมโต้ รมว.กลาโหม ยัน สนช.เกิดมาจากท้องประชาชนต้องเกรงใจประชาชนเท่านั้น ระบุ “สุรยุทธ์” เป้าหมายอันดับ 1 บัญชีดำ รมต.ถูกปลด ย้ำ ปชช.ผิดหวังเพราะคาดไว้สูง
       
       คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ  ช่วงที่ 1
       
       คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ  ช่วงที่ 2
       

       
       จินดารัตน์ - สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดิน คุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และดิฉัน จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ วันนี้มาพบกับคุณผู้ชมเช่นเคยเวลาเดิมในรายการของเรา ประเด็นที่จะเล่าสู่กันฟังวันนี้ประเด็นหลักๆ คงจะเป็นเรื่องการแถลงผลงานของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ รวมไปถึงเรื่องของคดียุบพรรคการเมืองที่ดูเหมือนว่าคงจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน หลายคนตีความว่าอย่างนั้น แต่ว่ามีอยู่ท่านหนึ่ง คุณบรรหาร ศิลปอาชา บอกว่าไม่เชื่อว่าจะมีความวุ่นวาย แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะไปดูประเด็นต่างๆ เหล่านั้น ดิฉันจะนำหยิบยกข่าวนี้ไม่รู้เกี่ยวกันกับสถานการณ์บ้านเมืองหรือบุคคลในบ้านเมืองของเราหรือเปล่า แต่เกี่ยวแน่ๆ กับคนที่ชอบรับประทานอาหารแปลกๆ อย่างเช่นเต่าทะเล บางสายพันธุ์เขาบอกว่าเขามีความอดทนอดกลั้น ถึงแม้ว่าจะเดินเชื่องช้า วันนี้เลยเอาข่าวนี้มาเล่าสู่กันฟัง อ่านแล้วตีความได้หลายอย่าง
       
       คำนูณ - เต่าเขามีความอดทน
       
       จินดารัตน์ - เขาบอกมีเต่าตะนุอยู่ตัวหนึ่ง มีอักษรจีนสลักอยู่บนหลังด้วย เดี๋ยวจะให้ดูภาพ เต่าตัวนี้เดินทางมาจากเมืองจีน มณฑลกวางตุ้ง ภาคใต้ของจีน ไปถึงชายหาดเกาะโอกาซาวาระ ซึ่งห่างจากกรุงโตเกียว 1,000 กิโลเมตร เขาพบมันเมื่อวันที่ 15 พ.ค. เขาถามว่าทำไมถึงรู้ว่าเป็นเต่าจีน บนหลังมันมีอักษรจีนสลักอยู่ เขาบอกว่าหลวงจีนนักบวชชาวจีนท่านหนึ่งไปเจอมันเข้า ช่วยมันเอาไว้ เอาไปปล่อย ปรากฏว่ามันหนี หนีไปตั้งไกล 3,000 กิโลเมตร
       
       ปานเทพ - เพราะที่เมืองจีนเขากินเต่า
       
       คำนูณ - แล้วเขาสลักวันเวลาที่ปล่อยเต่าไว้ด้วยหรือเปล่า
       
       จินดารัตน์ - 3,000 กิโลเมตร นึกภาพตอนที่เต่ามันเดิน
       
       ปานเทพ - ถ้าเทียบก่อนหน้านี้กับเต่ากาลาปากอส ที่อยู่บนเกาะ กับเต่าตัวนี้ต่างกันมาก แต่เต่าตัวนี้จะเป็นเพราะอะไรก็ไม่ทราบได้หนีจากจีนไปญี่ปุ่น และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จะเดินทางไปประเทศจีนพอดี ขนาดเต่าเองต้องหนีจากจีนไปญี่ปุ่น คือรักษาชีวิตตัวเอง
       
       จินดารัตน์ - จากเรื่องเต่าก็ฝากไปถึงคนที่ชอบทานอะไรแปลกๆ ว่ามันหนีเพราะคนจีนชอบทานเต่า มาถึงเรื่องของการจะอภิปรายผลงานของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ คุณคำนูณวันนี้ตกลงไปเจอบรรดา สนช. เป็นอย่างไรบ้างคะ
       
       คำนูณ - ยังงงๆ กันอยู่ เพราะผมเชื่อว่าท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเองกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะใช้วิธีการใดดี เพราะว่าอย่างที่ทราบ ก็เปิดให้สมาชิกแสดงความจำนงว่าใครจะอภิปรายบ้าง และให้แต่ละคนลองกรอกเวลาที่ต้องการใช้อภิปรายไป 15 นาทีบ้าง 20 บ้าง ก็สุดแท้แต่ แต่โดยหลักการ ท่านประธานจะเฉลี่ยให้พูดค่อนข้างจะเท่าๆ กัน แต่หลักการนี้จะใช้ตลอดหรือเปล่า จะใช้ตั้งแต่ต้นหรือเปล่า ก็ยังไม่แน่ใจ ถ้าสมาชิกพูด เปิดสภา 10.00 น. สมมติว่าปิด 22.00 น. ก็ 12 ชั่วโมง หักเวลาของรัฐบาลออกไป อย่างต่ำๆ 2 ชั่วโมง ก็จะเหลือ 10 ชั่วโมง ก็ 600 นาที ตอนนี้มีสมาชิกจนถึงเมื่อตอนเย็นก่อนที่ผมจะมา มีสมาชิกลงชื่อกันแล้วเกิน 60 คน คือได้พูดคนละ 10 นาที
       
       จินดารัตน์ - จะมีตัดออกไหมคะ
       
       คำนูณ - ตัดไม่ได้ ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขา แต่ถ้าเหลือคนละ 10 นาที ก็ผมยังนึกอยู่เหมือนกันว่าผมจะพูดอย่างไร
       
       จินดารัตน์ - จะพอหรือคะ แล้วมันจะได้อะไร แต่เวลากำหนดเอาไว้แล้วแค่ 22.00 น. กำหนดเอาไว้แล้วหรือคะ หรือจะยืดหยุ่นมากกว่านั้น
       
       คำนูณ - คงถึง 24.00 น. ได้ เพราะตอนแถลงนโยบายครั้งแรกก็ถึงประมาณนั้น เกือบสองยาม แต่ตอนแถลงนโยบาย ที่จริงก็เป็นเรื่องที่สมาชิกพูดได้มาราธอน เพราะว่ารัฐบาลก็แค่อ่านตอนต้น แล้วท่านนายกฯ ก็ขอบคุณตอนท้าย เพราะว่าไม่ได้ว่า ไม่ได้ตำหนิ ไม่ได้ถามไถ่อะไร แต่ในกรณีนี้คงจะมีการว่า การชม การถามไถ่ การตำหนิ ซึ่งโดยความเป็นธรรมก็ต้องเปิดโอกาสให้รัฐมนตรี ให้ทางฝ่ายรัฐบาลชี้แจง แสดงเหตุผล
       
       ปานเทพ - ทำไมเขาไม่ขยายเวลา ข้ามวันไป
       
       คำนูณ - อันนี้ทางรัฐบาลก็คงกำหนดไว้ 1 วัน รัฐบาลนั้นว่างจากภารกิจ อันนี้พูดด้วยความเข้าใจ รัฐบาลเอง ทั้งท่านนายกฯ ท่านรัฐมนตรีแต่ละคนก็จะมีภารกิจวางไว้ล่วงหน้าในแต่ละวันๆ การกำหนดวันที่ 24 นี้ รัฐบาลเป็นคนเสนอมา แสดงว่ารัฐบาลพร้อมแล้ว ทุกคนก็คงตัดภารกิจออกไป ค่อนข้างที่จะอยู่กันได้เต็มที่ สมมติว่าจะต้องขยายเวลาไปอีก 1 วัน มันก็ไม่แน่ว่าทางรัฐบาล ทางท่านนายกฯ ท่านรัฐมนตรีแต่ละท่านจะไปตัดภารกิจได้หรือเปล่า ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจ ต้องเป็นการพูดคุยระหว่างทางสภา ทางท่านประธาน กับทางท่านนายกฯ จะเป็นอย่างไร
       
       ปานเทพ - นี่แสดงว่าคุณคำนูณอ่านเล่มนี้หมดแล้ว
       
       คำนูณ - อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง
       
       ปานเทพ - เท่าที่ดู จะเป็นหน่วยงานราชการ
       
       คำนูณ - หนังสือพิมพ์สวย จัดเรียงไว้อย่างสวยงาม
       
       ปานเทพ - แต่จริงๆ ดูข้างในแล้ว ดูคร่าวๆ มีช่องโหว่ให้อภิปรายเยอะเหมือนกัน ดูคร่าวๆ ก็พอเห็นแล้ว
       
       คำนูณ - มีเยอะเลย หลายอย่างที่ควรจะทำก็ไม่ปรากฏ
       
       ปานเทพ - และนำเสนอในสิ่งที่ไม่ใช่วิกฤตของชาติ
       
       คำนูณ - เหมือนเป็นรัฐบาลปกติ โดยภาพรวม โดยความงดงามของรูปเล่ม หรือแม้การกล่าวถึงสถานการณ์โดยภาพรวม ก็สำหรับผม ผมเห็นต่างนะ หน้า 30 หัวข้อ 3 สถานการณ์ทางด้านการเมือง ในช่วงปี 2548 - 2549 ประเทศไทยประสบปัญหาด้านการเมืองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ก.พ. 2548 ว่าไปเรื่อย ถูกต้อง ย่อหน้าต่อมา ในระยะต่อมาสถานการณ์ด้านการเมืองของประเทศเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ภายหลังจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2549 และศาลปกครองได้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 เป็นโมฆะ
       
       คำนูณ - ทำให้การชุมนุมประท้วงของประชาชนที่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงรัฐบาล มาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2549 ขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้สถานการณ์ในช่วงเดือน ก.ย. 2549 มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ตรงนี้ก็เป็นปัญหาประการหนึ่งแล้วนะ มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เอาล่ะ พอไปได้ แต่ประโยคต่อไปผมขีดเส้นใต้เอาไว้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวได้ยุติลงภายหลังจากการปฏิรูปการปกครองในวันที่ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งผมไม่เห็นด้วย สถานการณ์ยังไม่ยุติลงครับ เพียงแต่ว่าสถานการณ์มันหยุดชะงักอยู่ เปิดทางให้มีการแก้ปัญหาได้ แต่เมื่อทางรัฐบาลและทาง คมช. ไม่ได้มีการแก้ปัญหาที่พื้นฐาน ขณะนี้สถานการณ์มันพัฒนาไปไกลกว่าก่อน 19 ก.ย. 2549 อีก
       
       ปานเทพ - นี่คือดูเบาปัญหามาก
       
       คำนูณ - และพอย่อหน้าต่อไป เราเข้าใจได้เลยว่าทำไมรัฐบาลเขาทำงานอย่างที่เราเห็น แม้ว่าสถานการณ์ด้านการเมืองของประเทศภายหลังจากการปฏิรูปการปกครองจะสงบลง แต่ก็ส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนต่างประเทศ ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศยังคงชะลอตัวลง และในช่วงก่อนการเข้าบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยังคงมีแรงต้านทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์ และลดความแตกแยกทางความคิดของกลุ่มต่างๆ ต่อไป อันนี้ไม่ใช่เลย พอมองปัญหาผิด ไปมองว่า 19 ก.ย. คือการแก้ปัญหาวิกฤตลงแล้ว และไปมองว่าสิ่งที่เป็นผลข้างเคียงคือความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากต่างประเทศ การต่อต้านที่จะมีคือก่อนหน้าที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เมื่อตั้งโจทย์อย่างนี้เลยแก้ ก็พยายามที่จะสร้างภาพประชาธิปไตย
       
       ปานเทพ - สร้างภาพสากล
       
       คำนูณ - ย้ำว่ารัฐบาลเข้ามาก็คือชั่วคราวเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งและช่วงหลังพอลนๆ มากเข้าก็อยากจะเร่งการเลือกตั้ง
       
       ปานเทพ - อยากจะเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่อยากจะทำอะไรเเล้ว
       
       คำนูณ - ผมเอาเฉพาะย่อหน้านี้
       
       จินดารัตน์ - ย่อหน้านี้ดิฉันว่า 10 นาทีก็หมดแล้ว
       
       ปานเทพ - นี่ยังไม่นับอีกหลายเนื้อหานะ สะท้อนให้เห็นว่าเล่มนี้ไม่ว่าใครทำก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่าข้าราชการที่ทำขึ้นมา ตั้งใจทำ แต่ว่าพอเนื้อแท้ของการปฏิบัติงานของรัฐบาลไม่ได้นำไปสู่การแก้วิกฤต ทำอย่างไรก็เขียนไม่ออก แม้กระทั่งการวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็ยังสิ้นสุดถึงแค่เดือน ธ.ค. 2549 สะท้อนให้เห็นว่าวิธีคิดก็ยังไม่ได้มองถึงปัญหา ณ ปัจจุบันว่าเกิดอะไรขึ้น
       
       คำนูณ - ไม่ได้พูดถึง 4 ข้อของประกาศฉบับที่ 1 ของ คปค. เท่าไร แต่สำหรับผม ผมเห็นแค่ย่อหน้านี้แล้วผมอยากพูดในภาพรวม ผมพูดเฉพาะประเด็นนี้ ถ้ามองผิดตั้งแต่ต้น ก็ผิดไปทุกอย่าง
       
       จินดารัตน์ - แต่เรื่องของการจะแถลงผลงานของรัฐมนตรี คือบางคนก็มีความรู้สึกว่านี่เป็นการซักฟอกหรือเปล่า มันต่างกันไหมคะ ถ้าจะแถลงผลงานแล้ว สนช. ลุกขึ้นถามตอบหรือตำหนิติชม มันเป็นการซักฟอกได้ไหม
       
       คำนูณ - สุดแท้แต่ภาษาจะเรียก ทางรัฐบาลขอมาแถลง คือแสดงว่ามีเหตุการณ์สำคัญที่รัฐบาลอยากจะมาแถลง การมาแถลงคือการมารับฟังความคิดเห็นของสภาด้วย เมื่อได้รับความคิดเห็นกลับไปแล้วก็ไปปรับปรุงการทำงานหรือเป็นอุทธาหรณ์ในการทำงาน อันที่จริงมีคนติก็ดีจะได้รู้ว่าเราผิดพลาดอะไรบ้าง
       
       ปานเทพ - บกพร่องตรงไหน
       
       คำนูณ - ที่เขาติมา เราเห็นว่าเขาเข้าใจผิดอะไร เราก็ชี้แจง คือเพื่อที่จะให้วัตถุประสงค์นี้สมประโยชน์แก่รัฐบาล ผมอยากให้ ที่จริงรัฐบาลเขาก็ใจกว้างนะ เขามา ไม่ต้องรอให้สมาชิกเข้าชื่อกัน 100 คน เพราะถ้าสมาชิกจะเข้าชื่อกัน 100 คนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเข้าได้หรือเปล่า เพราะสมาชิกหลายท่านก็คงไม่อยากเห็นบรรยากาศการเผชิญหน้ากัน รัฐบาลมาก็ดี แต่ไหนๆ มาแล้วอย่าไปจำกัดจำเขี่ยเวลานัก ถ้าทางรัฐบาลรับฟังอยู่ ถ้าเป็นท่าน 10 นาทีก็คงชี้แจงอะไรไม่มากหรอก
       
       คำนูณ - สมมติผมจะพูดอภิปรายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ไม่กวาดขยะอะไรเลย ไม่ทำอะไรเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่มีลักษณะเข้าข่ายทุจริตผิดกฎหมาย อย่างเช่นโครงการพืชสวนเฉลิมพระเกียรติที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งทางรัฐมนตรีก็รับปากไว้ 4 เดือนแล้ว ว่าจะสอบสวน เพราะมันมีประเด็นที่เข้าไปรุกที่ป่าสงวน สุดท้ายจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า คราวนี้อยู่ดีๆ ผมลุกขึ้นไปพูดว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ รุกที่ป่าสงวน รัฐมนตรียังไม่ทำอะไรเลย สมาชิกเขาจะรู้เรื่องไหมครับ
       
       ปานเทพ - ยังไม่ทันจะอธิบายที่ไปที่มา
       
       คำนูณ - มันต้องอธิบายที่ไปที่มาพอสมควรงานนี้ คืออะไร มีลักษณะผิดอย่างไร หรือผมจะพูดถึงองค์การมหาชนแห่งหนึ่งที่ชื่อ สบร. หรือ โอ.เค.เอ็ม.ดี. แค่ชื่อคนก็ยาวแล้ว มันมีความเป็นมาอย่างไร แล้ว สตง. เขาตรวจแล้วว่ามันมีลักษณะทุจริต เขามีรายงานเล่มโตออกมา แต่เอ่ยชื่อ แค่อธิบายความเป็นมา เวลาก็เกือบจะหมดแล้ว
       
       ปานเทพ - เอาแค่พูดภาพรวม อย่าเพิ่งเจาะ ก็จะหมดเวลาอยู่แล้ว
       
       คำนูณ - ผมบอกว่าผมพูดได้หมด 10 นาทีก็พูดได้ 15 นาทีก็พูดได้ แต่ไหนๆ ทางสภาให้พูด มีไล่ลำดับมาตามที่แสดงความจำนงไป ในภาพรวม ภาพรวมใครจะพูดได้ภายใน 10 นาที ก็เก่ง แต่ผมก็เข้าใจท่านประธาน เข้าใจสภาว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะสมาชิกสภานิติบัญญัติไม่ได้มีพรรคการเมือง ไม่ได้มีเป็นกลุ่มๆ ถ้าเป็นกลุ่มๆ แบบพรรคการเมือง คนเป็นหัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าพรรค ส่วนใหญ่จะได้รับสิทธิพิเศษ เวลาอภิปรายในสภา คนเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่พรรคเล็กจะได้สิทธิพิเศษชนิดที่ไม่จำกัดเวลา แต่ไม่จำกัดเวลาอย่างไรก็คงไม่มีมนุษย์คนไหน ยกเว้นคุณเฉลิม อยู่บำรุง คุณจาตุรนต์ ฉายแสง หรืออีกไม่กี่คนที่จะพูดกันถึง 2 - 3 ชั่วโมง
       
       คำนูณ - ส่วนใหญ่ชั่วโมงก็สุดๆ แล้ว ส่วนใหญ่ก็ครึ่งชั่วโมง 45 นาที แล้วท่านประธานก็มีสิทธิ์ที่จะทักท้วงได้ถ้าพูดไม่เข้าเป้า ไม่เข้าประเด็น หรือน้ำท่วมทุ่งมากเกินไป แต่พอทุกสิ่งทุกอย่างไปจำกัดด้วยเวลาต้องให้จบภายในคืนนี้ มันเอาเวลามาหารกัน ผมเกรงว่าถ้า 10 นาที 12 นาที หรือ 15 นาทีโดยไม่มีการยืดหยุ่น มันจะทำให้ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร จะกลายเป็นว่าการมาชี้แจงหรือการเปิดให้แสดงความคิดเห็นมันเป็นเพียงแบบพิธีอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่บทสรุปสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร ผมก็ไม่ทราบ ต้องยอมรับคำวินิจฉัยของท่านประธาน
       
       ปานเทพ - ถ้าเทียบกับในหลายๆ รัฐบาล พอถึงเวลาจริงๆ ต้องปฏิบัติ เขาจะต่อเวลาให้
       
       คำนูณ - อย่างตอนต้น ตอนอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญเหมือนกัน ตอนนั้นพอท่านประสงค์ สุ่นศิริ ยกมือขึ้นพูด ทางท่านประธานก็ให้เกียรติ ให้พูดยาว ท่านประสงค์ก็พูดค่อนข้างยาว ผมว่าเกินครึ่งชั่วโมง แต่แบบธรรมเนียมอย่างนี้ก็เป็นชั่วครั้งชั่วคราว ก็เข้าใจว่าท่านประธานจะไปยึดถืออย่างนั้นตลอดก็ไม่ได้ ถ้าจะไปนับความอาวุโส จะนับอย่างไร ก็ต้องคุณหญิงนันทกา สุประภาตะนันทน์ คุณพิชัย วาสนาส่ง คุณแถมศิลป์ รัตนพันธุ์ อะไรอย่างนี้ คือความที่เป็นสภาที่ไม่มีพรรคการเมือง ข้อดีมันก็เยอะ แต่ข้อเสียเวลาจะจัดแบบพิธี มันก็ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน มีสมาชิกบางท่านเสนอว่าเปิดโอกาสให้สัก 4 - 5 คน คล้ายๆ ว่าเป็นคนนำอภิปรายจะได้ไหม
       
       คำนูณ - ก็น่าฟังดีอยู่หรอก แต่จะให้ใครขึ้นมา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันไม่เหมือนกับตอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่อภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับฟังความคิดเห็น อันนั้นมันมีเจ้าภาพคือคณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปการเมืองของสภา ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมและจัดทำรายงาน คือที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนั้นคือท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม ท่านก็ใช้สิทธิ์ของท่านที่จะชี้แจงได้ยาว พูดไปชั่วโมงกว่า และเผอิญพูดได้ดี มีเหตุมีผล ก็ถือว่าเป็นการนำอภิปรายที่เหมือนกับว่าเป็นการแสดงท่าทีโดยภาพรวมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ แต่ในกรณีนี้มันไม่มีเช่นนั้น ไม่มีกรรมาธิการ และสมาชิกทุกท่านนอกจากอายุต่างกัน หน้าตาไม่เหมือนกัน มีที่มาต่างกันแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องถือว่าเท่ากันหมด
       
       ปานเทพ - 60 คนนี้มีชื่อคนไหนที่น่าสนใจไหมเท่าที่คุณคำนูณได้ดู
       
       คำนูณ - คุณเอ่ยมามีทั้งนั้น
       
       ปานเทพ - คุณวิษณุ เครืองาม
       
       คำนูณ - อันนี้ไม่ทราบจริงๆ เข้าใจว่าจะไม่มี
       
       ปานเทพ - คุณประพันธ์ มีอยู่แล้ว พล.อ.ปานเทพ ต้องมีอยู่แล้ว คุณไพศาล พืชมงคล คุณสำราญ รอดเพชร คุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยบอกว่าที่จริงก็คือในวันพรุ่งนี้วิธีการคงมี 2 แบบ คือให้สมาชิก สนช. พูดทั้งหมดแล้วชี้แจงครั้งเดียว หรือให้ สนช. พูดแล้วสลับการชี้แจง ซึ่งส่วนตัวคุณบรรหารเองต้องการจะฟัง และเห็นว่ารัฐบาลต้องเปิดกว้างา ไม่จำกัดเวลาและหัวข้อในการอภิปรายของ สนช. พูดว่า ผมอยากฟัง อยากจะรู้ว่าจะพูดและตอบอะไ มันคงไม่ถึงกับเลือดสาดและเกิดผลดีกับรัฐบาล นายกฯ ต้องทำใจและฟังเหตุผลของ สนช. เพราะบางครั้งรัฐมนตรีนั่งมา 6 - 7 เดือนท่านอาจจะไม่รู้ว่าแต่ละคนทำอะไร ท่านจะได้ข้อมูลตรงนี้ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ผมยืนยันว่าเป็นผลดี
       
       จินดารัตน์ - เป็นไปได้ไหมคะ
       
       คำนูณ - ถ้าความรู้สึกของผม ในเมื่อมีสมาชิก 60 แล้ว ผมไม่แน่ใจว่าจนถึงวันพรุ่งนี้จะมีไปยื่นเพิ่มอีกหรือเปล่า ทำไมเราไม่ทำเป็น 2 วัน คือวันแรกไม่ต้องเลิกถึง 23.00 - 24.00 น. สัก 21.00 น. ก็พอ ต้องเข้าใจ รัฐมนตรีแต่ละท่านก็อาวุโส สมาชิก สนช. แต่ละท่านก็อาวุโสเหมือนกัน คือถ้าดึกมากๆ จะไม่เป็นผลดี 2 วันแล้วเปิดโอกาสให้พูดได้เต็มที่ โดยเราตั้งกรอบไว้ที่ 20 นาที เอาเป็นว่าไม่เกิน 30 นาที น่าจะได้ 2 วันสบายๆ รัฐบาลก็สามารถจะตอบได้เป็นจังหวะๆ ไม่ต้องเลิกดึกมากนัก ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี หรือจะเป็น 30 ผมเชื่อว่าไม่ใช่สมาชิกทุกคนที่จะพูดได้ 30 นาทีหรอก ส่วนใหญ่คือ 10 นาที แต่ก็บางคนที่เขาอาจจะมีประเด็นที่จะพูดได้มาก แต่ถ้าเขาใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านประธานก็เตือนได้
       
       จินดารัตน์ - การแถลงผลงานครั้งนี้ ในความรู้สึกของ สนช. เองก็อาจไม่ได้คิดว่าต้องเอาใจรัฐบาลหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า เพราะดิฉันฟังคำสัมภาษณ์ของท่าน พล.อ.บุญรอด รมว.กลาโหม ท่านพูดถึงการลาออกของคุณประสิทธิ์ โฆวิลัยกุล บอกว่า คุณประสิทธิ์เคยระบายออกมาให้ฟังว่าไม่ค่อยแฮปปี้ที่คณะรัฐมนตรีและ สนช. ทำงานไม่ค่อยเป็นทีมเดียวกัน ทั้งๆ ที่เกิดมาจากท้องเดียวกัน
       
       คำนูณ - เกิดจากท้องเดียวกันก็จริงอยู่ แต่พี่กับน้องก็คิดไม่เหมือนกันใช่ไหม บางทีฝาแฝดยังไปคนละทางเลย แล้วที่จริงถ้าจะพูดว่าเกิดมาจากท้องเดียวกัน ผมคิดว่าผมเกิดมาจากท้องประชาชน เกิดมาจากท้องของประเทศชาติ คมช. เป็นผู้เสนอชื่อผมก็จริง แต่ผมตระหนักดีว่าภารกิจของผมคืออะไร ผมรู้ว่าวิกฤตของชาติคืออะไร ผมก็จะทำหน้าที่ในส่วนของผมให้ดีที่สุด สิ่งที่ผมต้องเกรงใจสูงสุดคือประเทศชาติและประชาชน สุดแท้แต่จะเรียกอย่างไร โดยมารยาทแน่นอนเวลาอภิปราย
       
       คำนูณ - ที่ผ่านมาเรามักจะให้เกียรติ เรามักจะเกรงใจรัฐบาล เพราะเราตระหนักดีว่าเราก็ต่างไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จากประชาชนเหมือนกัน และอันที่จริงมันมีธรรมเนียมปฏิบัติของสภาแต่งตั้ง ซึ่งสมาชิกจำนวนหนึ่งเป็นข้าราชการหรือเป็นอดีตข้าราชการ ท่าทีส่วนใหญ่จะเป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าเผื่อว่าท่าทีนี้มันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แทนที่รัฐบาลจะมองฝ่ายอื่นอย่างเดียว รัฐบาลต้องหันมามองตัวเองด้วยว่าอะไรทำให้เกิดท่าทีเปลี่ยนแปลงนั้น
       
       ปานเทพ - มีอีกเรื่องคือการอภิปรายพรุ่งนี้ เป็นการแถลงผลงานรัฐบาล บางคนมองว่าจะเหมือนกับอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเปล่า และบางคนมองไปว่ามีข่าวว่ามีบัญชีดำไหม รัฐมนตรี 3 คน
       
       จินดารัตน์ - คมช. ขึ้นบัญชีดำแล้วส่งไปให้รัฐบาลหรือคะ
       
       คำนูณ - คือเขาจะยื่นให้รัฐบาลหรือเปล่าผมไม่ทราบ และจริงๆ ผมไม่เชื่อว่ามี แต่ถ้ามีก็ไม่เป็นไร ความรู้ผมก็จำกัด แต่ยืนยันได้ว่าผมว่าคนที่จะถูกตั้งเป้ามากที่สุดก็คือท่านนายกฯ จริงๆ คือเราต้องยอมรับไม่มีใครเกลียดชังท่าน ทุกคนรัก ทุกคนเคารพ แต่ว่าทุกคนเคยตั้งความหวังกับท่านไว้สูง เพราะฉะนั้นความผิดหวังก็มีมาเป็นธรรมดา ทุกคนหวังไว้ว่านายกฯ ที่มาจากองคมนตรี มีอดีตเป็นถึง ผบ.ทบ. ผบ.สส. ศักยภาพในการบริหารประเทศชาติ ศักยภาพในการทำความเข้าใจปัญหาที่เป็นวิกฤตที่สุดในโลก
       
       คำนูณ - ตามนัยแห่งพระราชดำรัส 25 เม.ย. 2549 และความฉับไวในการดับวิกฤตอันนั้น หรือนำพาประเทศชาติไปสู่ทิศทางที่จะดับวิกฤตอันนั้น น่าจะต้องมีมากกว่านี้ อันนี้เป็นความคาดหวังของผม โดยส่วนตัวผมไม่ได้คาดหวังงานในกระทรวง ทบวง กรม ใดมากนัก เพราะผมเห็นว่าภยันตรายของประเทศชาติในทุกวันนี้คือภยันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งผมได้พูดไปหลายๆ ครั้งแล้ว
       
       ปานเทพ - และจะว่าไปก็เป็นเหตุผลหนึ่งใน 4 ข้อที่มีนัยจาก คมช. ด้วย มีความคาดหวังจากท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ มากกว่านี้ จะบอกว่าท่านอาจจะเหมาะในสถานภาพอย่างอื่น แต่ ณ เหตุการณ์ที่วิกฤตอย่างนี้อาจจะไม่เหมาะ
       
       คำนูณ - ด้วยความเคารพ ผมว่าในระยะหลังหลายคนก็เริ่มรู้สึกมากขึ้น ตอนแรกอาจจะตำหนิพวกเราว่าพูดมากไป บรรยากาศก็น่าจะเห็นใจท่าน เคารพท่านหน่อย แต่ระยะหลังท่านพูดมากขึ้น โดยเฉพาะประโยคที่ว่าเหมือนๆ อยากจะรีบไป อยากเลือกตั้งให้เร็วกว่านี้ รัฐบาลจะทำหน้าที่ไปถึงวันเลือกตั้งให้ได้ คือไปปักธงจุดหมายไว้กับการเลือกตั้ง
       
       ปานเทพ - แล้วคิดว่าการเลือกตั้งเป็นการแก้วิกฤต คิดว่าวิกฤตคือไม่มีเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่
       
       คำนูณ - แล้วที่สำคัญคือที่วันนี้มีคนคุยกับผม ก็ถามขึ้นมาในวงสนทนา บอกว่า ถามจริงๆ เถอะครับ รัฐบาลชุดนี้มีอำนาจที่จะกำหนดวันเลือกตั้งหรือเปล่า
       
       ปานเทพ - เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือเปล่า
       
       คำนูณ - คำตอบคือไม่ใช่ และไม่มี ถามว่าเป็นหน้าที่ของใคร ตอบได้ว่าต้องรอรัฐธรรมนูญ 2550 ออกมาก่อน แล้วจะเห็นได้ว่าในยุครัฐบาลเลือกตั้งอย่างคุณทักษิณ ชินวัตร ก็มีประเด็นปัญหาว่าระหว่างรัฐบาลกับ กกต. ใครจะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง
       
       ปานเทพ - รัฐบาลไปแทรกแซง กกต.
       
       คำนูณ - ก็ยังมีปัญหากันอยู่ เพราะฉะนั้นการที่ท่านประกาศออกมาบอกว่าจะเลือกตั้งวันที่ 16 หรือ 23 แล้วท่านก็ไปรับปากกับต่างประเทศ วันก่อนมีทูตเข้ามาพบ หรือมีตัวแทนจากต่างประเทศเข้ามาพบ เห็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ ยืนยันว่าเลือกตั้งเดือน ธ.ค. เดี๋ยวมันจะผิดเอาได้ เพราะท่านไม่ใช่ผู้กำหนด
       
       ปานเทพ - และท่านก็ไม่ได้มีอำนาจโดยตรงที่จะทำหน้าที่ตัดสินใจอย่างนี้
       
       คำนูณ - อำนาจเป็นของใครยังไม่รู้ ยังไม่มีใครรู้
       
       จินดารัตน - ต้องรอรัฐธรรมนูญก่อน
       
       ปานเทพ - ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะคว่ำหรือไม่คว่ำ
       
       คำนูณ - มันมีปมเงื่อนเวลาหลายประการที่จะทำให้การที่พูดไปก่อนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อนั้นเมื่อนี้ ชนิดที่กำหนดวันที่ชัดเจน มันอาจพลาดได้ และพอไปกำหนดแล้วก็ต้องอยากให้เป็นอย่างนั้น มันจะเกิดการปฏิบัติการอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรในภายหลัง
       
       ปานเทพ - หรือฝืน
       
       คำนูณ - ไม่มีใครอยากจะเลือกตั้ง 3 ปีข้างหน้าหรอก คือไม่เลือก พ.ย. ก็ ธ.ค. อย่างมากก็ ม.ค. ก.พ. มันไม่ผิดเพี้ยนไปจากนี้หรอก อันที่จริงคุณธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ เองไม่ใช่หรือในตอนต้นที่ออกมาบอกว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ไม่ใช่ 1 ปีนะ 1 ปี 5 เดือน แล้วท่านก็ไล่วันเวลาของท่านไป
       
       ปานเทพ - มีแผนงาน ถ้าจะเลือกตั้งได้ต้อง 1 ปี 5 เดือน ดูจากผังเวลาแล้ว
       
       คำนูณ - ผังของท่านผิดหรือถูกผมไม่รู้
       
       ปานเทพ - ซึ่งตอนนั้นคนก็ถล่มท่านเต็มเลย
       
       คำนูณ - โดนเละเลย ก็บอกว่าคนเขาไม่เข้าใจ จริงๆ ก็อยู่ 1 ปี อย่างนั้นอย่างนี้ พอมาวันนี้ท่านเกิดเห็นด้วยกับท่านนายกฯ อีกแล้ว อยากให้เลือกตั้งเร็ว
       
       ปานเทพ - ตกลงวิกฤตมันถูกแก้หรือเปล่า วิกฤตของชาติได้แก้ไปแล้วหรือยังก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง
       
       จินดารัตน์ - ถ้าอย่างนั้นเราพักกันก่อน เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาดูว่าวันและเวลาเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องจากรัฐธรรมนูญ ตกลงรัฐธรรมนูญจะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ช่วงหน้ากลับมาคุยเรื่องนี้กันดู สักครู่ค่ะ
       
       ***ยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2
       
       จินดารัตน์ - กลับมาพบกับรายการอีกครั้งหนึ่งนะคะ เรื่องของการจะยุบพรรคหรือไม่ยุบพรรคที่จะมีคำตัดสินออกมาในวันที่ 30 พ.ค. นี้ คุณผู้ชมที่ติดตามข่าวคราวคงจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่าย วันนี้มีรายงานว่าโรงแรมระดับ 2 ดาว 3 ดาว มีการจองเต็มหมดแล้ว ท่าน รมว.กลาโหม ก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ท่านบอกว่าแสดงว่ามีการเริ่มทยอยส่งคนเข้ามาร่วมชุมนุม เรื่องนี้ตำรวจเป็นคนให้ข่าว จึงเป็นเรื่องที่ตำรวจต้องเป็นคนวางมาตรการเอง ท่านว่าอย่างนั้น นักข่าวถามว่า ไหนบอกว่าทหารลงไปพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจให้กับประชาชนทราบแล้ว อย่างนี้ถือว่าไม่ประสบผลใช่ไหม ท่านก็บอกว่า นี่เป็นคนส่วนน้อย ให้ไปดูคนส่วนใหญ่ ประชาชนอีกหลายสิบล้านคน เขาก็ไม่ได้มา ที่มาก็บอกว่ามาชุมนุม มีกี่หมื่นคน แสดงว่าในใจท่านก็คงจะประเมินตัวเลขได้แล้ว
       
       ปานเทพ - คงคำนวณเอาไว้
       
       จินดารัตน์ - ว่าหลักหมื่นแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่ากี่หมื่นคน ท่านบอกว่า ถ้าจะพูดทางพระ ภาษาพระ เรียกว่าพวกนี้มีมิจฉาทิฐิ คือความเห็นผิด พวกนี้แก้ยาก ที่จะทำให้เกิดสัมมาทิฐิขึ้นมาได้ ที่สำคัญการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง พรรคไทยรักไทย ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ออกมาบอกว่า ตอนนี้ไทยรักไทยได้ยื่นขอเวลา อสมท ช่อง 9 ช่อง 11 เพื่อจะชี้แจงคดียุบพรรคให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศเข้าใจ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และยื่นคำขาดด้วยว่าถ้าจะให้คำตอบต้องก่อนวันที่ 25 พ.ค.นี้ ถ้าจะเทียบอีกทาง ถ้าเขามาขอ ASTV จะให้ไหมคุณคำนูณ
       
       ปานเทพ - ให้ครับ ผมว่าน่าให้นะ แต่ต้องขอเลือกคนถาม
       
       คำนูณ - เขาขอชี้แจงข้างเดียว ถ้าขอชี้แจงข้างเดียว ความเห็นผมนะ ต้องรูดซิปปาก เพราะผมจะพูดคำไม่สุภาพออกไป
       
       จินดารัตน์ - แล้วคิดว่า อสมท ช่อง 11 จะให้ไหมคะ
       
       คำนูณ - ใครเขาจะไปให้
       
       ปานเทพ - ผมว่าคุณกุเทพต้องไปทบทวนตัวเอง ตอนที่หลายๆ คนเขาต้องการสื่อของรัฐในรัฐบาลชุดที่แล้ว ได้ทำอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า อย่างเช่นคุณสนธิ ลิ้มทองกุล จะออกอากาศในช่อง 9 ช่อง 11 ในตอนที่ต่อต้านรัฐบาลจะทำได้ไหม ออกไปรายการสด แล้วชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร มีแต่คุณทักษิณเท่านั้นที่ได้ออกอากาศฟรีทีวี ต้องเข้าใจ เมื่อเล่นเกมกติกาอย่างนี้มาก่อน ก็ต้องยอมรับสภาพ เป็นไปไม่ได้หรอกในเรื่องของความเป็นจริง นอกจากว่าคุณกุเทพจะอาศัยช่องโหว่ตรงนี้มาจุดประเด็นทางการเมืองอีกว่ารัฐบาลกลั่นแกล้ง ปิดกั้น ไม่ให้โอกาสนำเสนอความคิดเห็น ซึ่งตัวเองก็ทำมาในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว
       
       จินดารัตน์ - เขาอาจจะคิดไหมว่า เขาขอไปอาจจะให้ เพราะรัฐบาลมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก
       
       คำนูณ - ถ้าให้นะ ผมจะไล่รัฐบาล
       
       ปานเทพ - วันนี้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งโทรมาหา เป็นผู้อาวุโส ท่านบอกว่า เรื่องการระดมคนเกิดขึ้นจริงๆ แล้วจังหวัดหนึ่ง 1 - 2 พันคน บางจังหวัด 3 พันคน แล้วบอกว่ามีกลุ่มการเคลื่อนไหวใช้เหมือนกับมีท่อน้ำเลี้ยงอยู่ แตไม่รู้ว่ากลุ่มไหนเป็นคนเคลื่อน แต่บอกว่ามีการขยับคน 1 - 3 พันคน ในแต่ละจังหวัด แต่ผมบอกว่าคงไม่หรอก ในทางปฏิบัติเขาดูเหมือนว่าจะล็อกรถสำคัญๆ ไม่ให้มีการขนส่งเข้ามา ถ้าเป็นการปลุกคนเข้ามาหรือเจตนาที่จะระดมคน โดยไม่ได้มีการเคลื่อนอย่างบริสุทธิ์ใจ เขาก็บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้นหรอก มันทยอยสะสมมา แล้วมาแล้วด้วย
       
       จินดารัตน์ - มีคนดูทางบ้านโทรศัพท์มาฟ้องด้วย จาก กทม. เขาบอกว่าตอนนี้คนขับแท็กซี่สังเกตไหมว่าตอนนี้ไปไหน แท็กซี่เต็มเลย คือเมื่อก่อนอาจจะขาดแคลนบ้างในช่วงเย็น ตอนนี้เรียกได้สบายๆ แถมโรงแรมระดับ 1 - 3 ดาวมีคนมาเช่าเต็มหมดแล้ว
       
       ปานเทพ - ก็ต้องไม่ประมาท แต่วันนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไปตามต่างจังหวัด และไปคุยกับผู้ว่าฯ ไปทั้งที่นครราชสีมา ไปพบกับข้าราชการ ประชาชน และพูดประโยคสำคัญๆ เหมือนกับที่พูดกับคุณคำนูณ กับผม ว่า อยากเห็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าเมือง เป็นข้าราชการต่างพระเนตรพระกรรณ ไม่ใช่ผู้ว่าซีอีโอ เเต่เป็นพ่อเมืองที่ดูแลทุกข์สุข แก้ปัญหาทุกอย่างให้กับประชาชน โดยเฉพาะปัญหาความยากจน ภายใต้การบริหารจังหวัดได้อย่างแท้จริงและเป็นเอกภาพ เลยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า หรือว่า พล.อ.สนธิ พยายามที่จะเคลื่อนตัวเองเหมือนกับแสดงสัญลักษณ์ในการไม่ทำให้เกิดความวุ่นวานก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วันที่ 30
       
       คำนูณ - แต่ผมได้ยินมาอีกอย่างหนึ่ง ผมยังไม่เชื่อนะ เขาบอกว่าถึงที่สุดแล้ว รัฐบาลอาจจะใช้มาตรการกันเอาไว้ก่อน คือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพ และปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดเป้าหมาย โดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือที่เมื่อวานเราลงแผนที่กัน ในช่วงที่ท่านนายกฯ จะไม่อยู่
       
       จินดารัตน์ - 28 - 31
       
       คำนูณ - และใน พ.ร.บ.สถานการณ์ฉุกเฉิน มันให้อำนาจอะไรไว้หลายอย่าง ท่านนายกฯ อาจจะมอบหมายให้ใครดูแลสถานการณ์ไปก่อนก็ได้ เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องรอให้มีสถานการณ์ที่มันฉุกเฉินเสียก่อนแล้วถึงจะประกาศ
       
       ปานเทพ - คือจัดการได้ก่อน ก่อนเกิดเหตุ
       
       คำนูณ - อันนี้คือมีคนกระซิบบอกผม แต่ผมก็ยังไม่เชื่อ เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ แต่ก็เอามารายงานให้ฟัง ผมก็ว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
       
       ปานเทพ - สมมติว่าถ้าคนเยอะ คุณคำนูณคิดว่าจะเป็นอย่างไร จะมีผลไหม
       
       คำนูณ - อะไรที่คนเป็นพันเป็นหมื่น และมีลักษณะที่รับข้อมูลในเชิงปลุกระดม เชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แล้วเมื่อออกมาบนท้องถนน โอกาสที่จะเกิดปัญหามันมีด้วยกันทั้งนั้น สมัยที่เราชุมนุมกันอยู่ เราอภิปรายในประเด็นนี้กันมาก คนหมู่มากมารวมกัน อะไรเกิดขึ้นมานิดเดียว คนเป็นลมเเล้วคนไปมุง คนอื่นไปมุงตาม แล้วไม่มีการจัดการบริหารที่ดี ก็มีปัญหาขึ้นได้
       
       ปานเทพ - หรือใครอุตริเอาก้อนหินไปขว้างกระจก สัก 1 ครั้ง
       
       คำนูณ - ไม่ต้องมีการสร้างสถานการณ์หรอก แต่อุบัติเหตุธรรมดา เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ที่ไม่คาดฝัน
       
       ปานเทพ - ผมเชื่อว่า โดยเฉพาะถ้าเป็นการจัดตั้งจากคนที่ไม่ได้มีความคิดเชิงสันติวิธี เป็นวัยรุ่น ไม่ได้อยากให้ยุ่งเพราะต้องการเป็นมือที่ 3 แต่มันมือ คล้ายๆ คะนอง โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ลามปามมันมี ตราบใดที่มีคนเยอะ และมีการเคลื่อน และส่วนใหญ่เราจะบอกว่าคนจัดการการเคลื่อนชุมนุมมีความสำคัญ ถ้าเจตนาทำให้เกิดความวุ่นวายสถานการณ์ก็พลิกได้
       
       จินดารัตน์ - ถ้าประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าก่อน คนปกติทั่วๆ ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตประจำวันใช่ไหมคะ
       
       คำนูณ - ไม่มี แต่อาจจะมีผลกระทบในเรื่องความต้องการที่จะมาชุมนุม อันนี้สุดแท้แต่ ไม่กี่วันก็รู้กัน เรื่องนี้คงจะจำกันได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทาง คมช. มีความต้องการจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เมื่อมาหารือกับท่านนายกฯ ท่านเป็นว่ายังไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรจะประกาศ ตอนหลังมาเป็น ครมช. กันเเล้ว อย่างเรื่องวันที่ 30 - 31 คนรู้ล่วงหน้ากันอยู่นานแล้ว น่าจะประเมินสถานการณ์ได้และน่าจะตัดสินใจกันได้ และเราเห็นว่าท่านนายกฯ จะไม่อยู่ด้วย เราเลยข่าวนี้หรือจะมีความเป็นไปได้
       
       ปานเทพ - แล้วถ้าประกาศ ใครจะเป็นคนประกาศ
       
       คำนูณ - ต้องนายกฯ ต้องประกาศก่อน
       
       จินดารัตน์ - แต่ทางโฆษกกองทัพเองก็บอกว่า ท่านนายกฯ ไปจีนครั้งนี้เอาเครื่องไปเองด้วย จะกลับเมื่อไรก็ได้ ท่านจะเสร็จสิ้นภารกิจในวันที่ 29 แสดงว่าท่านก็สามารถกลับมาเมื่อไรก็ได้เหมือนกัน
       
       ปานเทพ - กลับมาเมื่อไรก็ได้ เพราะ 29 เป็นวันที่ภารกิจที่ท่านเจอผู้นำประเทศจีน ทั้งตอนกลางวันและตอนเย็นด้วย หลังจากนั้นอีก 2 วันคือท่านเที่ยว ไปวัด ไปดูสถานที่ที่สำคัญ
       
       คำนูณ - คุณใช้วาทกรรมอย่างนี้ไม่ได้ ต้องบอกว่าไปทัศนศึกษา คุณต้องยอมรับว่าจินตภาพของคำให้ความรู้สึกต่างกัน
       
       จินดารัตน์ - ดิฉันมองในแง่ดีแล้วกัน ใช้ภาษาชาวบ้านหน่อยกับภาษาอย่างเป็นทางการ แต่มันความหมายเดียวกัน
       
       ปานเทพ - ทัศนศึกษาอีก 2 วัน จริงๆ ท่านก็กลับได้ แต่เลือกที่จะอยู่ต่ออีก 2 วัน แต่บังเอิญเป็นวันที่มีความสำคัญพอดี
       
       จินดารัตน์ - แต่ถ้าจะมองอย่างหาเรื่องหน่อย อารมณ์บ้านเมืองอย่างนี้ยังคิดจะไปทัศนศึกษาอีกหรือ
       
       ปานเทพ - เจ้าหน้าที่จีนที่มาคุยกับผม เขารู้สึกแปลก เขาไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นวันนั้นหรือเปล่า เพราะว่าการเดินทางไปอย่างนี้มันเคยเกิดเหตุมาแล้ว ในสมัยคุณทักษิณ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรวุ่นวายในประเทศไทย ประเมินลำบาก
       
       คำนูณ - ไม่เป็นไร รักษาการนายกฯ ตอนนั้นเข้มแข็งมาก อ.โฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ไหวไหมเนี่ย จะรู้เรื่องไหมเนี่ย
       
       จินดารัตน์ - ก็รอดูกัน หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรง อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ วันนี้คุณพิชิต ชื่นบาน ทนายความซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคุณทักษิณกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ให้ดูแลคดีการซื้อขายที่ดินย่านรัชดา เข้าไปยื่นหนังสือต่อ คตส. เรื่องขอให้ระงับการที่จะเปิดเผยสำนวนการไต่สวนคดีดังกล่าวนี้ คุณพิชิตเองบอกว่าโดยกฎหมายแล้ว การคุ้มครองผู้ตกเป็นจำเลยหรือว่าเกือบๆ อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลนั้นได้ แต่ว่าทางคุณอุดม เฟื่องฟุ้ง กรรมการ คตส. ออกมาบอกว่า เป็นสิทธิ์ของทนายความที่จะยื่นระงับการเปิดสำนวนได้ แต่ คตส. มีมติไปแล้ว ต้องดำเนินการตามมติ คือเดินหน้า ยื่นสำนวนต่ออัยการ และเปิดสำนวนต่อสาธารณชน คุณนามบอกว่า การเปิดเผยนั้นไม่ได้เปิดเผยคำให้การหรือถ้อยคำของพยาน ไม่ได้ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียหาย เพราะไม่ได้เปิดเผยรายชื่อ เป็นการเปิดเผยเฉพาะข้อกฎหมาย ทำไมจะทำไม่ได้ ชัดเจนไปเลยนะคะ ดิฉันเชื่อว่าหลายคนอยากฟัง อยากรู้
       
       ปานเทพ - ผมเชื่อว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณทักษิณก็พูดฝ่ายเดียวอยู่แล้ว ทุกเรื่อง พูดแก้ตัวในเรื่องของหุ้น พูดแก้ตัวในเรื่องของที่ดิน พูดทุกเรื่องอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าข้อเท็จจริงไม่ต่างกันหรอกทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ที่การวินิจฉัยว่าผิดต่อกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 หรือเปล่า และจะมีความผิดไหม ก็เป็นเรื่องของดุลยพินิจ และผมเชื่อว่าจนวันนี้ไม่รู้จะไปปิดหรือเปิดทำไม เพราะข่าวที่ปรากฏในวันนี้เกือบจะครบถ้วนแล้ว ข่าวที่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ลงเกือบหมดแล้ว ไม่ใช่ความลับอะไรแล้ว มีอีกเรื่องจะฝาก คือหลายวันนี้เราไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ มีคนท้วงมาเยอะ ปรากฏว่าวันนี้น้ำมัน 30 บาทต่อลิตรแล้ว รู้สึกไหมว่ามันแพงขึ้น
       
       จินดารัตน์ - รู้สึกจนไม่อยากจะขับรถมาแล้วค่ะ อยากจะถีบจักรยานมา
       
       ปานเทพ - วันนี้คุณไทกรพร้อมกับตัวแทนคณะขบวนการอีสานกู้ชาติ ไปยื่นหนังสือผ่านคุณธนญ ตันติสุนทร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้ ให้กระทรวงการคลังไปตรวจสอบโรงกลั่นของ ปตท. เนื่องจากว่าเห็นว่าไม่โปร่งใสหลายแห่งในขณะนี้เพราะมีโรงกลั่นถึง 5 แห่งจาก 7 โรงทั่วประเทศไทย เช่น ไทยออยล์ระยอง และไออาร์พีซี เป็นต้น เห็นว่ามีการปรับเพิ่มราคาค่าการกลั่นให้สูงขึ้นมาก คุณไทกรเทียบข้อมูลน่าสนใจ บอกว่า จากเดิม 2545 ค่าการกลั่นอยู่ที่ 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือ 60 สตางค์ต่อลิตร ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 44 บาทต่อดอลลาร์ เงินบาทอ่อน ก็อ้างว่าของแพง และตอนนั้นเงินบาทอ่อน จนปี 2550 มาอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ แต่น้ำมันก็แพงขึ้น และที่สำคัญคือว่าค่าการกลั่นได้เพิ่มไปจนถึง 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นสูงถึง 19 บาทต่อลิตร เมื่อรวมกับภาษีประเภทต่างๆ ทำให้ประชาชนซื้อน้ำมันราคาสูงกว่า 30 บาท ทั้งๆ ที่ราคาหน้าโรงกลั่นไม่ควรเกิน 10 บาทต่อลิตร
       
       จินดารัตน์ - เกือบเท่าตัวเลยนะคะ
       
       ปานเทพ - และที่สำคัญตอนนั้นปี 2545 เงินบาทอ่อนค่ากว่านี้ และราคาน้ำมันดิบของโลกก็แพงกว่านี้ ตอนนี้ทั้งราคาน้ำมันดิบก็ไม่แพงเท่า ค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้น มันไม่ควรจะต้องทำให้ราคามันสูงขนาดนี้
       
       คำนูณ - ผมรู้เหตุผล เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลย เพราะคุณสนธิพูดน้อยไป
       
       ปานเทพ - ราคาน้ำมันเลยขึ้นใช่ไหม
       
       คำนูณ - ใช่ ถ้าให้คุณสนธิพูดทุกวัน แล้วด่า ปตท. เยอะๆ ปตท. ลดราคาทันทีเลย เห็นหลายครั้งแล้ว
       
       จินดารัตน์ - อีกเรื่องหนึ่งที่สัญญากับคุณผู้ชมไว้ เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ตกลงจะอย่างไร วันนี้นักวิชาการ 76 ท่านจากหลายมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า ไม่รับร่าง ทำให้ประชาธิปไตยถอยหลัง เรียกร้องให้ประชาชนคว่ำร่างในประชามติด้วย ตกลงอย่างไรคะคุณคำนูณ
       
       คำนูณ - ผมเห็นว่า ผมเคารพอาจารย์ทุกท่านโดยเฉพาะอาจารย์กลุ่มนี้ หลายๆ คนผมเคารพมากๆ แต่กราบเรียนมาด้วยความเคารพว่าประชาธิปไตยมันถอยหลังมานานแล้ว รัฐธรรมนูญ 2540 ที่อาจารย์อยากให้กลับไปใช้ และให้มีบทเฉพาะกาลเพิ่มขึ้นมาเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรืออย่างไรก็แล้วแต่ เคยได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ใครล่ะ ที่ใช้ช่องโหว่เล็กช่องโหว่น้อย ใช้อำนาจเงินตรา ใช้กิเลสของคน แปรสภาพรัฐธรรมนูญฉบับนั้นให้เป็นเครื่องมือในการครอบครองอำนาจทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ
       
       คำนูณ - ผมเห็นด้วย ถ้าอาจารย์จะบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างกันอยู่นี้มันไม่ดี ไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง มันมีฐานมาจากการรัฐประหาร แต่สาเหตุของการรัฐประหารที่เกิดขึ้นนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไร เราไม่เคยเห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่เราต่อสู้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว เราอาจจะผิด เราอาจจะมีเหตุผลที่ไม่ถูกใจอาจารย์หรือเพื่อนมิตรหลายๆ คน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องยอมรับคือว่ารัฐบาลชุดที่แล้วไม่สุจริต แล้วยังทุจริตขนาดมโหฬาร แน่นอนหลักฐานชนิดที่ศาลพิพากษายังไม่เกิดขึ้น แต่ความเป็นจริงก็คืออาจารย์ทุกท่านที่ลงนามกันมา รู้ดียิ่งกว่าผม รู้ดีว่าอะไรเกิดขึ้นกับสิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ รู้ดีว่าอะไรคือการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ และรู้ดีว่าพฤติกรรมในการครอบงำอำนาจทางการเมืองด้วยอำนาจเงินนั้นคืออะไร
       
       คำนูณ - และผมเชื่อว่าอาจารย์หลายท่านก็ต่อต้านระบอบทักษิณ เพียงแต่ว่าอาจารย์หลายๆ ท่านนั้นไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่พวกเราทำ ถ้าพูดไปแล้วจะยาว แต่ผมว่าคืออยากให้พูดกันให้ครบให้รอบด้าน อาจารย์แต่ละท่านมีหนึ่งเสียงที่จะลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าเสียงของอาจารย์นั้นเป็นเสียงที่ผู้คนในสังคมจำนวนหนึ่งเขาเคารพ เขาเชื่อถือ เขาศรัทธาในพลังสติปัญญาของอาจารย์ ผมก็อยากให้พูดให้ครบให้รอบด้านด้วย บางครั้งผมก็มีความรู้สึกน้อยใจว่าในช่วงที่พวกเราต่อสู้กับรัฐบาลชุดที่แล้วด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่อาจจะไม่ถูกใจของผู้ที่แม้จะไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่ว่าไม่พอใจในเหตุผลที่พวกเรายกขึ้นมา
       
       คำนูณ - แต่พวกท่านเหล่านั้นก็อยู่เฉยๆ ก็อาจจะเขียนบทความสนับสนุนบ้าง ช่วยมองสองด้านบ้าง หรืออย่างน้อยที่สุดไม่ไปเป็นพวกรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมก็ซาบซึ้งในพวกท่านมากนัก แต่บางทีผมก็รู้สึกขึ้นมาว่าถ้าประชาชน ผมไม่อยากใช้คำว่าพวกเรา ถ้าประชาชนไม่ร่วมกันต่อสู้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว ไม่ร่วมกันเปิดโปง ไม่ร่วมกันชุมนุมนั้น ถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา สถานการณ์ที่รัฐบาลชุดที่แล้วจะอยู่ต่อไปด้วยความมั่งคั่ง มั่นคง และเหนี่ยวแน่นยิ่งขึ้น เขาจะผนึกอำนาจ ครอบงำอำนาจทางการเมือง ครอบงำสังคม ไปได้อีกแค่ไหน
       
       คำนูณ - และนั่นมันคือสิ่งที่ประชาธิปไตยของเราไม่ถอยหลังหรืออย่างไร สำหรับผมหัวเด็ดตีนขาดผมก็เชื่อว่านั่นคือประชาธิปไตยถอยหลัง แม้ว่าสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันจะไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าไปจากเดิม ในแต่สถานการณ์อย่างนี้ ด้วยความเคารพอาจารย์ทุกท่านที่ลงชื่อมา การกระทำของพวกท่านโดยบริสุทธิ์ใจ แต่มันเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้ของอำนาจเก่าโดยอัตโนมัติเช่นกัน ผมไม่ได้ตำหนิใคร แต่ผมเล่าให้ฟังว่าข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ ณ ทุกวันนี้มันเป็นอย่างนี้
       
       ปานเทพ - ที่สำคัญ แทนที่จะมองที่กระบวนการ ณ เวลาแบบนี้ น่าจะมองอีกสัก 2 ประเด็นว่า 1.รัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ และอยู่ระหว่างการยกร่าง และอยู่ระหว่างการแก้ไข การที่ไปมองว่าต้องคว่ำทั้งฉบับโดยไม่มีเหตุผลเลย นี่คือข้อที่หนึ่ง
       
       คำนูณ - ตั้งแต่ยังไม่ร่าง เขาก็ต้านแล้ว
       
       ปานเทพ - ข้อที่ 2. ยอมรับกันหรือเปล่าว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วปี 2540 มันมีข้อบกพร่อง ทำไมไม่ดูที่ผลว่าไม่ว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายทำให้สังคมไทยดีขึ้นไหม เข้าสู่กติกาที่ดีขึ้นหรือเปล่า ผมว่าก็รู้กัน ผมเชื่อว่าความปรารถนาดีของบ้านเมืองตอนนี้ เราเห็นวิกฤตของบ้านเมือง และวิกฤตของบ้านเมืองที่ผ่านมาเพราะหลงอยู่ในรูปแบบและยึดติดกับรูปแบบโดยไม่ดูเนื้อแท้ว่ามันก่อให้เกิดคุณธรรม หรือก่อให้เกิดความด้อยคุณธรรมในสังคมหรือเปล่า
       
       จินดารัตน์ - เสียดายเวลาหมดเเล้วจริงๆ นะคะ ดิฉันขออนุญาตอ่านความเห็นของคุณผู้ชมทางบ้านสัก 2 - 3 ความเห็น จาก กทม. อีกสายหนึ่งโทรมาฟ้อง บอกว่าได้ยินว่ามีแท็กซี่เขาบอก เขาเล่าให้ฟังว่าสามารถเรียกพรรคพวกได้ในนาทีเดียว ให้ระวังเรื่องนี้ด้วย อยากให้รายการเกาะติดสถานการณ์ภาคใต้ และอยากให้รัฐบาลจัดการเด็ดขาดเสียที จากสามพราน เขาบอกว่ามีการชวนกันไปทอดผ้าป่าที่ขอนแก่น 2 วันฟรีหมด อบต. เป็นคนจัดการให้ กทม.
       
       จินดารัตน์ - อีกสายบอกว่า นั่งแท็กซี่ไป คนขับบอกว่ามีการระดมพลแท็กซี่จริงๆ เกิดขึ้นแล้วด้วย สระบุรี กรณีที่จะมีการชุมนุมของไทยรักไทย ทำไม คมช. ไม่ใช้อำนาจตรงนี้ควบคุมการชุมนุม ทำได้ไหม จากปากช่อง อยากให้รายการของเราวิเคราะห์เรื่องการต่อต้านการค้าข้ามชาติด้วยว่าจะมีทางชนะหรือไม่ คนไทยตอนนี้ค้าขายไม่ได้เลย และบุรีรัมย์ ฝากถามคุณคำนูณมาว่า รมว.มหาดไทย มีหน้าที่อะไร ที่ผ่านมาไม่เห็นมีบทบาทอะไรเลย ตอบหน่อยไหมคะ
       
       คำนูณ - มีหน้าที่อะไร ก็มีหน้าที่เป็นรัฐมนตรีที่ไม่สนใจในเสียงวิพากษ์วิจารณ์สักเท่าไรนัก
       
       จินดารัตน์ - อีกสายหนึ่งนะคะ กทม. บอกว่า คตส. สามารถเปิดเผยเรื่องที่ดินรัชดาได้หรือไม่ คตส. ยืนยันแล้วว่าได้ และจะทำด้วย วันนี้หมดเวลาแล้ว ขออภัยบางสายที่ดิฉันไม่ได้อ่านออกอากาศ แต่ขอบคุณทุกสายที่โทรศัพท์เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น พรุ่งนี้จับตาดูการแถลงผลงานของรัฐบาลให้ดี และดูบทบาทของ สนช. และรัฐมนตรีแต่ละท่าน จะตอบคำถามอย่างไร วันนี้เราสามคนลาไปก่อน สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 1

( 56 k ) | ( 256 K )

       
       
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2

( 56 k ) | ( 256 K )


   
   
 
 
แสดงความเห็นต่อบทความนี้
User :
Pass :
ลืมรหัสผ่าน

 
 
© Copyright 2007 SIAM-SHOP.COM All Rights Reserved.