ฟรี ร้านค้า ออนไลน์ 35.171.146.16 : 18-09-19 8:07:42   
หน้าแรก siam-shop.com ค้นหาร้านค้าสมาชิก
ชื่อสินค้า  
    หมวดสินค้าของเรา            
  
 
Notebook
กระเป๋า
กล้องถ่ายรูป
กวดวิชา ติวเตอร์ ฝึกอบรม
การเกษตร
การเงิน&บัญชี
ก่อสร้าง
ของที่ระลึกจากภาพยนตร์
ความงามและสุขภาพ
คอมพิวเตอร์
จตุคาม
จักรยาน&จักรยานยนต์
ตกแต่ง ซ่อมแซม
ตั๋ว&บัตร
ตุ๊กตา&ของเล่น
ที่ดิน
ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ท่องเที่ยว
ธนบัตร&เหรียญ ของสะสม
นวนิยาย
บริการถ่ายภาพ
บ้าน
ประกันภัย&ประกันชีวิต
พระ
รถ รถตู้ให้เช่า
รถยนต์ ประดับยนต์
ล้อแม็กรถยนต์
วัตถุมงคล
สัตว์เลี้ยง
สำนักงาน
สินค้า หรือ บริการทั่วไป
หนังสือ
หนังสือการ์ตูน
หนังสือคอมฯ
หนังสือออกใหม่
ห้องซ้อมดนตรี
ห้องพัก หอพัก
อาคารชุด
อาคารพานิชย์
อินเตอร์เนต
อุปกรณ์ เครื่องเขียน แบบเรียน
อุปกรณ์กีฬา
อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์และของใช้ในบ้าน
เกมส์
เครื่องดนตรี กีตาร์ กลอง
เครื่องดนตรี คีย์บอร์ด เปียนโน
เครื่องถ่ายเอกสาร
เครื่องประดับ
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
โชว์ การแสดง
โต๊ะ เก้าอี้
โทรศัพท์&อุปกรณ์เสริม
โทรสาร
โน๊ตเพลง

  สปอนเซอร์ของเรา
   
   
   

ถั่วเหลืองลดปัญหาสุขภาพ  

 
ถั่วเหลืองลดปัญหาสุขภาพ
 
"ถั่วเหลือง" เป็นพืชที่ชาวเอเชียใช้ประกอบอาหารมานานกว่า 2,000 ปี ชาวเอเชียรับประทานถั่วเหลืองในรูปผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ ถั่วหมัก และนมถั่วเหลือง ถั่วเหลือง เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีนพืช ไขมันไม่อิ่มตัว ใยอาหาร มีปริมาณของโซเดียมและไขมันอิ่มตัวต่ำ และไม่มีคอเลสเตอรอล ผลการศึกษาวิจัยมากมายพบว่า ในถั่วเหลืองมีสารที่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ มะเร็งเต้านม มะเร็งในต่อมลูกหมาก โรคกระดูกพรุน และอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

 

กุญแจสำคัญในถั่วเหลือง คือ ฮอร์โมนในพืชที่มีชื่อว่า ไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งพบมากในถั่วเหลือง ส่วนในพืชชนิดอื่น เช่น ข้าวไรย์ ข้าวสาลี เมล็ดงา เมล็ดดอกทานตะวัน แอปเปิล แครอท และข้าวโพด จะมีไฟโตเอสโตรเจนน้อยกว่าไฟโตเอสโตรเจนที่พบในถั่วเหลืองมีชื่อเฉพาะว่า "ไอโซฟลาโวนส์" (ISOFLAVONES) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่มีฤทธิ์น้อยกว่าเอสโตรเจนประมาณ 100 -1,000 เท่า ด้วยความที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันจึงรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ โดยแทรกตัวเข้าไปแทนที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งสามารถเปลี่ยนเซลล์ธรรมดาเป็นเซลล์มะเร็งได้ จึงช่วยลดการเจริญของเซลล์มะเร็ง

 

ถั่วเหลืองป้องกันมะเร็ง : การศึกษาในประชากรชาวเอเชีย ซึ่งมีการบริโภคผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง มากกว่าชาวตะวันตก พบว่าหญิงเอเชียเป็นโรคมะเร็งเต้านมน้อยกว่าหญิงชาวตะวันตกถึง 5 เท่า ในทำนองเดียวกันพบว่าชาวเอเชียเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากน้อยกว่าฝรั่ง 20 เท่า นักวิจัยเชื่อว่าสารไอโซฟลาโวนส์ในถั่วเหลืองอาจจะลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งในต่อมลูกหมาก โดยการแทรกแซงการทำงานของฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน (Testosterone) ในชาย หรืออาจจะยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง โดยการลดปริมาณการผลิตฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน

 

งานวิจัยในหลายประเทศยืนยันว่าถั่วเหลืองมีส่วนในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ยังพบว่าการกินถั่วเหลืองสัปดาห์ละครั้งช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งในลำไส้ใหญ่ลงถึงครึ่งหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่กินถั่วเหลือง

 

ถั่วเหลืองกับวัยหมดประจำเดือน : นักวิจัยบางท่านเชื่อว่าสารโฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลือง สามารถทดแทนเอสโตรเจนในร่างกาย และอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้หญิงก่อนและหลังหมดประจำเดือน ที่ต้องใช้ฮอร์โมนทดแทน แต่การศึกษาวิจัยเปรียบเทียบระหว่างหญิงหมดประจำเดือนที่กินถั่วเหลืองและไม่กินถั่วเหลือง ให้ผลการทดลองทั้งบวกและลบคละกัน

 

ทั้งโปรตีนและสารโฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลืองต่างก็ให้ผลในการป้องกันสุขภาพ สารโฟโตเอสโตรเจน ยังอาจช่วยป้องกันการสูญเสียเนื้อกระดูก เช่นเดียวกับฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยลดการสลายของเนื้อกระดูก การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าไม่ว่าจะเป็นสารไอโซฟลาโวนส์อย่างเดียว หรือโปรตีนถั่วเหลืองร่วมกับ ไอโซฟลาโวนส์ มีผลในการรักษาเนื้อกระดูกเหมือนกัน

 

รายงานการวิจัยจากอิลินอยส์ พบว่า หญิงหมดประจำเดือนที่กินไอโซฟลาโวนส์วันละ 90 มิลลิกรัม มีความหนาแน่นของเนื้อกระดูกสันหลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่ ดร.เคน เซทเชล (Ken Setchell) นักวิจัยถั่วเหลืองของวิทยาลัยแพทย์แห่งมหาวิทยาซินซินเนติ (Cincinnati) เตือนคุณผู้หญิงว่าอย่าคาดหวังกับถั่วเหลืองมากนัก เพราะผลในการป้องกันโรคกระดูกพรุน ในหญิงวัยหมดประจำเดือนนั้นไม่เร็วเหมือนกับการใช้ฮอร์โมนทดแทน

 

นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่าไอโซฟลาโวนส์อาจช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล และขณะเดียวกันยังเพิ่มปริมาณเอชดีแอลซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลตัวที่ดีและลดอาการร้อนวูบวาบ และการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ สิ่งสำคัญที่นักวิจัยให้ความสนใจอย่างมากคือ ไอโซฟลาโวนส์ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเช่นเดียวกับการใช้ยา ดร.เคน เซทเชล อธิบายว่าส่วนผลการป้องกันโรคหัวใจนั้นเนื่องมาจากทั้งโปรตีนถั่วเหลือง และสารโฟโตเอสโตรเจน ซึ่งตัวหลังนี้ยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันของแอลดีแอลคอเลสเตอรอล ป้องกันการแข็งตัวของเลือดตามผนังหลอดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ

 

อย.ในอเมริกาสรุปผลสารไอโซฟลาโวนส์ และโปรตีนถั่วเหลืองให้ผลในการรักษาสุขภาพ และเสนอแนะอนุญาตให้อ้างผลดีของถั่วเหลืองได้ในสลากอาหาร ถ้าอาหารนั้นให้โปรตีนถั่วเหลืองอย่างน้อย 25 กรัม/ วัน อาหารที่มีโปรตีนถั่วเหลืองอย่างน้อย 6.25 กรัมต่อ 1 ที่เสิร์ฟ หรือโดยรับประทานเป็นส่วนหนึ่ง ของอาหารไขมันอิ่มตัวต่ำและคอเลสเตอรอลต่ำ ซึ่งอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ

 

จะต้องกินถั่วเหลืองมากน้อยเพียงใด : การกินถั่วเหลืองนั้นถึงอย่างไรก็ให้ผลที่ดีต่อสุขภาพ ดร.เซทเชล แนะว่าควรกิน ไอโซฟลาโวนส์ อย่างน้อยวันละ 30 มก. แต่ คุณหมอเจมส์ แอนเดอร์สัน (Jarncs W. Anderson) แนะนำดังนี้
  • ในคนทั่วไปควรกิน โปรตีนถั่วเหลือง สัปดาห์ละ 50-70 กรัม ก็จะได้รับสารไอโซฟลาโวนส์ ในการรักษาสุขภาพอย่างเพียงพอ ตัวอย่างเช่น รับประทานเต้าหู้วันละ1/2 ถ้วยตวง (ประมาณ 1/2 หลอด) หรือแป้งถั่วเหลือง 1/2 ถ้วยตวง(ประมาณ 1 ทัพพีตักข้าว) หรือนมถั่วเหลือง 1 แก้ว (ประมาณ 250 ซีซี)
  • ในคนที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจควรกิน โปรตีนถั่วเหลือง สัปดาห์ละ 110-140 กรัม
  • คนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วกิน โปรตีนถั่วเหลือง สัปดาห์ละ 170-210 กรัม
ชาวญี่ปุ่นกิน สารไอโวฟลาโวนส์ วันละ 200 มก. จากผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง ซึ่งนักวิจัยถือว่าปริมาณนี้ปลอดภัย แต่ในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไอโซฟลาโวนส์สกัดจากถั่วเหลือง อาจไม่ให้ผลเหมือนอย่างการกินจากอาหารธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วอาหารบางอย่าง ซึ่งผ่านขบวนการผลิตทำให้ปริมาณไอโซฟลาโวนส์ลดลง

 

จะเห็นว่าถั่วเหลืองให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่เมื่อมีเรื่องของการตัดต่อเปลี่ยนแปลงยีน หรืออาหาร GMO เข้ามา ผู้บริโภคที่รักสุขภาพโดยเฉพาะบรรดามังสวิรัติก็เริ่มที่จะมีคำถามเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของอาหาร GMO รวมทั้งถั่วเหลือง ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับชาติ เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภคที่จะต้องมีมาตรการความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือกินอาหารธรรมชาติจากท้องถิ่นให้หลากหลาย ไม่ผูกขาดกับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ หรือผู้ผลิตเจ้าประจำ จะได้ไม่ต้องเครียดจนหมดความสุขกับการกิน

ศัลยา คงสมบูรณ์เวช
Registered Dietitian U.S.A.
ที่ปรึกษาโภชนบำบัด โรงพยาบาลเทพธารินทร์


(update 31 สิงหาคม 2003)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์   ปีที่ 16 ฉบับที่ 5525 (366) วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ]
   
   
 
 
แสดงความเห็นต่อบทความนี้
User :
Pass :
ลืมรหัสผ่าน

 
 
© Copyright 2007 SIAM-SHOP.COM All Rights Reserved.