ฟรี ร้านค้า ออนไลน์ 34.229.24.100 : 18-07-19 20:13:21   
หน้าแรก siam-shop.com ค้นหาร้านค้าสมาชิก
ชื่อสินค้า  
    หมวดสินค้าของเรา            
  
 
Notebook
กระเป๋า
กล้องถ่ายรูป
กวดวิชา ติวเตอร์ ฝึกอบรม
การเกษตร
การเงิน&บัญชี
ก่อสร้าง
ของที่ระลึกจากภาพยนตร์
ความงามและสุขภาพ
คอมพิวเตอร์
จตุคาม
จักรยาน&จักรยานยนต์
ตกแต่ง ซ่อมแซม
ตั๋ว&บัตร
ตุ๊กตา&ของเล่น
ที่ดิน
ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ท่องเที่ยว
ธนบัตร&เหรียญ ของสะสม
นวนิยาย
บริการถ่ายภาพ
บ้าน
ประกันภัย&ประกันชีวิต
พระ
รถ รถตู้ให้เช่า
รถยนต์ ประดับยนต์
ล้อแม็กรถยนต์
วัตถุมงคล
สัตว์เลี้ยง
สำนักงาน
สินค้า หรือ บริการทั่วไป
หนังสือ
หนังสือการ์ตูน
หนังสือคอมฯ
หนังสือออกใหม่
ห้องซ้อมดนตรี
ห้องพัก หอพัก
อาคารชุด
อาคารพานิชย์
อินเตอร์เนต
อุปกรณ์ เครื่องเขียน แบบเรียน
อุปกรณ์กีฬา
อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์และของใช้ในบ้าน
เกมส์
เครื่องดนตรี กีตาร์ กลอง
เครื่องดนตรี คีย์บอร์ด เปียนโน
เครื่องถ่ายเอกสาร
เครื่องประดับ
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
โชว์ การแสดง
โต๊ะ เก้าอี้
โทรศัพท์&อุปกรณ์เสริม
โทรสาร
โน๊ตเพลง

  สปอนเซอร์ของเรา
   
   
   

น้ำหนักเท่าไรจึงจะพอดี  

 
น้ำหนักเท่าไรจึงจะพอดี
 
น้ำหนักเท่าไร จึงจะพอดี ?


น้ำหนักตัวพอดีหรือเหมาะสมนั้น มีภาษาฝรั่งที่เหมาะสมอ่านแล้วเข้าใจเลยคือ " health weight" ซึ่งประเด็นนี้มีความสำคัญตรงที่ว่า ถ้าคนเราปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดว่าเหมาะสมแล้ว โรคภัยไข้เจ็บจะถามหา

 

คนเราพอแก่ตัวลงก็มักจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากไขมันจะไปพอกตามส่วนต่างๆ ของร่างกายในอัตรา 1-2 กิโลกรัม ทุกๆ 10 ปี ที่ผ่านชีวิตสู่วัยผู้ใหญ่ ความเลวร้ายของการมีไขมันส่วนเกินพอกตามที่ต่างๆ ขึ้นกับว่ามันไปพอกที่ไหน ซึ่งจะได้อธิบายต่อไป

 

ใกล้หมอ ขอนำเสนอวิธีพิจารณาว่าท่านผู้อ่านแต่ละคนมีน้ำหนักมากเกินไป หรือยังด้วยการคำนวณหรือประเมินผลง่ายๆ 3 รูปแบบคือ


1. การคำนวณดัชนีมวลร่างกาย (Body Mass Index หรือ BMI)

 

การชั่งน้ำหนักตัวด้วยเครื่องชั่งอาจบอกคร่าวๆ ว่า ณ ขณะนั้นท่านหนักเท่าใด แต่ยังไม่สามารถบอกความเสี่ยงต่อสุขภาพได้เท่ากับการคำนวณหาดัชนี BMI
สมการคิด BMI คือ น้ำหนักตัว (เป็นกิโลกรัม) / ส่วนสูง (เป็นเมตร) ยกกำลังสอง
เช่น ถ้าท่านหนัก 68 กก. และสูง 1.65 เมตร
BMI ของท่านคือ 68 / (1.65)2 = 68 / 2.72 = 25
ถ้า BMI ของท่านยังอยู่ระหว่าง 19-20 ก็เรียกว่ายังเป็นน้ำหนักตัวที่พอเหมาะ ถ้าอยู่ที่ 27-30 ก็หมายความว่า มีน้ำหนักเกินไปปานกลาง และถ้าเกิน 30 แล้วจะเป็นภาวะอ้วนคือน้ำหนักมากเกินไป
จากการติดตามศึกษาผู้ที่มี BMI เกิน 27 พบว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความอ้วนเพิ่มขึ้น เช่น เบาหวาน ไขมันโคเลสเตอรอลสูง

2. การคำนวณอัตราส่วนเอวต่อสะโพก (waist to hip ratio)

 

อัตราส่วนนี้จะช่วยบ่งชี้ว่าไขมันส่วนเกินไปพอกอยู่ที่ไหน อย่างคนที่ไขมันไปกองอยู่บริเวณหน้าท้อง จนฝรั่งเปรียบว่ารูปร่างเหมือนแอปเปิล ส่วนคนที่ไขมันไปกองใต้เอวและรอบๆ สะโพกกับต้นขา ที่เปรียบว่ารูปร่างเหมือนลูกแพร์
นักวิจัยบอกว่าอ้วนแบบลูกแพร์ยังดีกว่าแบบแอปเปิลเพราะไขมันรอบเอว อย่างที่เกิดในคนรูปร่างแบบแอปเปิลจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดและมะเร็งบางอย่าง ส่วนไขมันรอบสะโพกและต้นขาจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า

 

วิธีคำนวณอัตราส่วนเอวต่อสะโพกคือ วัดรอบเอวที่ระดับสะดือ มีหน่วยเป็นนิ้ว แล้วหารด้วยรอบสะโพกซึ่งวัด ณ ช่วงที่กว้างที่สุดคือบริเวณก้น
เช่น รอบเอว 27 นิ้ว และสะโพก 38 นิ้ว ก็จะได้อัตราส่วน 27/38 หรือ 0.71
อัตราส่วนที่สูงกว่า 0.80 ในผู้หญิงหรือ 1.0 ในผู้ชายหมายความว่าคนๆ นั้น มีความอ้วนแบบลูกแอปเปิลและจะมีความเสี่ยงต่อโรคสูงขึ้น

3. ประเมินประวัติส่วนตัวและประวัติครอบครัว

 

ดูตัวเองเพียงลำพังยังไม่พอ ต้องประเมินร่วมกับประวัติการเจ็บป่วยและประวัติครอบครัวด้วย ลองตอบคำถาม 4 ข้อต่อไปนี้ ซึ่งถ้าหากคำตอบคือ "ใช่" ในข้อใดข้อหนึ่งก็หมายความว่า ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะต้องลดน้ำหนัก
1. ท่านเคยมีการเจ็บป่วยเนื่องจากปัญหาน้ำหนักตัวหรือไม่เช่น
  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • ข้อเสื่อม
  • ไขมันโคเลสเตอรอลหรือไทรกลีเซอรัยด์สูง
2. ท่านเคยมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคดังกล่าวในข้อ 1 หรือไม่
3. ท่านมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่า 10 ปอนด์ (1 กิโลกรัมเท่ากับ 2.2 ปอนด์) ตั้งแต่ย่างเข้าวัยหนุ่มสาวมาหรือไม่ ? ถ้าเพิ่มมากกว่า 10-20 ปอนด์ ก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากโรคหัวใจขาดเลือด มะเร็งเต้านมหรือมดลูก มากขึ้น
4. ท่านชอบกินอาหารมากเกินควรหรือสูบบุหรี่ หรือดื่มสุรามากกว่าวันละ 1 แก้ว หรือมีชีวิตที่เครียดมากหรือไม่
ถ้ามีพฤติกรรมดังกล่าวแล้วยังอ้วนอีกก็จะยิ่งมีผลลบต่อสุขภาพเพียงนั้น

 

โดยสรุปแล้วถ้า BMI ของท่านบ่งชี้ว่ายังไม่อ้วน รูปร่างไม่เป็นแอปเปิล และคำตอบต่อคำถามทั้ง 4 คือ "ไม่" แล้ว ท่านก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรกับน้ำหนักตัว แต่ถ้า BMI บอกว่าน้ำหนักเกินพอดีเล็กน้อย รูปร่างเป็นลูกแพร์และไม่มีปัญหาสุขภาพทั้งตัวเองและครอบครัว น้ำหนักที่เกินมาเล็กน้อยก็น่าจะยังไม่คุกคามสุขภาพ

 

แต่ถ้า BMI เกิน 27 รูปร่างเป็นทรงแอปเปิลและคำตอบ " ใช่" ข้อใดข้อหนึ่งแล้ว การลดน้ำหนักจะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บในอนาคต
ถึงอย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักแม้เพียง 1-2 กิโลกรัม ก็ล้วนให้ประโยชน์ในการช่วยลดแรงดันโลหิต ระดับโคเลสเตอรอล และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานทั้งสิ้น


(update 27 มิถุนายน 2002)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 4 เมษายน 2544 ]
   
   
 
 
แสดงความเห็นต่อบทความนี้
User :
Pass :
ลืมรหัสผ่าน

 
 
© Copyright 2007 SIAM-SHOP.COM All Rights Reserved.